จับเข่าสอนอ่าน โฉนดที่ดิน
จับเข่าสอนอ่าน ‘โฉนดที่ดิน’ (น.ส. 4 จ.) ดูตรงไหนให้รู้ว่าไม่โดนหลอก
การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะ “ที่ดิน” ถือเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของคนส่วนใหญ่ หัวใจสำคัญของการซื้อขายที่ดินที่ปลอดภัย คือความสามารถในการ “อ่านโฉนดที่ดิน” ให้ขาด เพราะโฉนดที่ดินเปรียบเสมือนบัตรประชาชนของที่ดินแปลงนั้น ที่บอกทุกอย่างทั้งตัวตน สถานะ และประวัติความเป็นมา
ในบรรดาเอกสารสิทธิ์ที่ดินทั้งหมด “โฉนดที่ดิน น.ส. 4 จ.” หรือที่เรียกกันติดปากว่า “โฉนดครุฑแดง” ถือเป็นเอกสารสิทธิ์ขั้นสูงสุดที่กฎหมายรับรอง แต่ถึงแม้จะเป็นเอกสารสิทธิ์ที่น่าเชื่อถือที่สุด ก็ยังมีช่องว่างให้มิจฉาชีพใช้กลโกงหลอกลวงผู้ซื้อที่ขาดประสบการณ์ได้
บทความนี้จะมา “จับเข่าสอน” คุณอ่านโฉนดที่ดิน น.ส. 4 จ. แบบละเอียดทุกซอกทุกมุม สอนดูจุดสำคัญที่ต้องเช็ก ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เพื่อให้คุณรู้เท่าทันกลโกงและมั่นใจได้ว่า ที่ดินที่คุณกำลังจะซื้อนั้น “ไม่โดนหลอก” อย่างแน่นอน
1. “น.ส. 4 จ.” คืออะไร? ทำไมสำคัญที่สุด
ก่อนจะไปเจาะลึกวิธีอ่าน เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่าทำไม “น.ส. 4 จ.” ถึงเป็นสุดยอดของเอกสารสิทธิ์
ในประเทศไทย เอกสารที่เกี่ยวข้องกับที่ดินมีหลายประเภทมาก ตั้งแต่ ส.ค. 1 (ใบแจ้งการครอบครอง), น.ส. 2 (ใบจอง), น.ส. 3, น.ส. 3 ก., น.ส. 3 ข. (หนังสือรับรองการทำประโยชน์) แต่เอกสารเหล่านี้เป็นเพียง “สิทธิครอบครอง” ยังไม่ใช่ “กรรมสิทธิ์”
แต่ โฉนดที่ดิน (น.ส. 4 จ.) ซึ่งมีสัญลักษณ์ “ครุฑสีแดง” ประทับอยู่ด้านบน คือเอกสารเดียวที่แสดงถึง “กรรมสิทธิ์ (Ownership)” อย่างสมบูรณ์ หมายความว่า:
- คุณคือเจ้าของที่ดิน 100%
- มีสิทธิ์ใช้สอย, จำหน่าย, จ่าย, โอน, หรือขัดขวางไม่ให้ผู้ใดเข้ามาเกี่ยวข้องกับที่ดินโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
- ที่ดินมีการรังวัดและปักหมุดเขตโดยเจ้าหน้าที่กรมที่ดินอย่างชัดเจน (ในปัจจุบันใช้ระบบดาวเทียม GPS หรือ UTM)
- สามารถซื้อขาย โอน จำนอง ได้อย่างถูกต้องและรวดเร็วที่สุด
ดังนั้น หากคุณกำลังจะซื้อที่ดินเปล่า บ้าน หรือคอนโดมิเนียม เอกสารที่คุณต้องถามหาและตรวจสอบคือ “โฉนด น.ส. 4 จ.” เท่านั้น
2. “โฉนดด้านหน้า”: ข้อมูลสำคัญที่ห้ามพลาด
เมื่อคุณได้โฉนดฉบับจริง (หรือสำเนาที่ชัดเจน) มาอยู่ในมือ ให้เริ่มต้นตรวจสอบ “ด้านหน้า” ก่อน โดยมีจุดที่ต้อง “เพ่ง” เป็นพิเศษดังนี้:
ก. ตราครุฑ (The Garuda)
- สิ่งที่ต้องดู: ต้องเป็น “ครุฑสีแดง” เท่านั้น สังเกตความคมชัดของลายเส้นและตัวอักษร “น.ส. 4 จ.”
- จุดสังเกต: หากเป็นครุฑสีเขียว (น.ส. 3 ก.) หรือครุฑสีดำ (น.ส. 3 หรือ น.ส. 3 ข.) นั่นไม่ใช่โฉนดที่ดินเต็มรูปแบบ เป็นเพียงหนังสือรับรองการทำประโยชน์ สิทธิ์จะไม่เท่าครุฑแดง
ข. ตำแหน่งที่ดินและเลขที่โฉนด
- สิ่งที่ต้องดู:
- เลขที่โฉนด / เล่มที่ / หน้าที่: เปรียบเหมือนเลขที่บ้าน ใช้สำหรับอ้างอิงในระบบ
- ระวาง: เลขแผนที่ที่ใช้กำหนดตำแหน่งของที่ดินในระบบแผนที่ของกรมที่ดิน
- เลขที่ดิน: เลขประจำตัวของที่ดินแปลงนี้ในระวางนั้นๆ
- หน้าสำรวจ: ลำดับการสำรวจที่ดินในพื้นที่นั้น
- ตำบล / อำเภอ / จังหวัด: ที่ตั้งของที่ดิน
- จุดสังเกต: ข้อมูลเหล่านี้ต้องตรงกันทั้งหมด และที่สำคัญที่สุดคือต้อง “ตรงกับที่ดินแปลงที่คุณไปดู” ระวังกลโกง “โฉนดลอย” (คือโฉนดเป็นของจริง แต่พาไปดูที่ดินอีกแปลงที่สวยกว่า)
ค. ชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ (เจ้าของที่ดิน)
- สิ่งที่ต้องดู: “ในช่อง ผู้ถือกรรมสิทธิ์” นี่คือจุดที่สำคัญที่สุดจุดหนึ่ง
- จุดสังเกต:
- ชื่อที่ปรากฏในช่องนี้ ต้องตรงกับชื่อของผู้ที่อ้างตัวเป็นผู้ขาย
- หากผู้ขายอ้างว่าเป็น “ผู้รับมอบอำนาจ” ต้องขอดูหนังสือมอบอำนาจ (ฉบับจริง) ที่ถูกต้องและยังไม่หมดอายุ
- เช็กให้ดีว่ามีชื่อคนเดียว หรือ “ถือกรรมสิทธิ์ร่วม” หากมีชื่อหลายคน (เช่น สามี-ภรรยา, พี่-น้อง) ในวันโอนกรรมสิทธิ์ “ทุกคน” ที่มีชื่อต้องมาเซ็นยินยอม หรือทำหนังสือมอบอำนาจมาอย่างถูกต้อง
ง. ขนาดที่ดิน (เนื้อที่)
- สิ่งที่ต้องดู: จะระบุเป็น ไร่ – งาน – ตารางวา
- (1 ไร่ = 4 งาน, 1 งาน = 100 ตารางวา, 1 ไร่ = 400 ตารางวา)
- จุดสังเกต: ตัวเลขต้องชัดเจน ไม่มีการขูดลบแก้ไข และควรคำนวณราคาซื้อขายเทียบกับขนาดจริงว่าสมเหตุสมผลหรือไม่
จ. รูปแผนที่ (Map of the Lot)
- สิ่งที่ต้องดู:
- รูปทรงของที่ดิน: สี่เหลี่ยม, ห้าเหลี่ยม, หรือมีลักษณะอย่างไร
- มาตราส่วน: เช่น 1:1000 หมายความว่า 1 ซม. ในแผนที่ เท่ากับ 10 เมตรในพื้นที่จริง
- ทิศ: จะมีลูกศรชี้ทิศเหนือ
- แปลงข้างเคียง: เลขที่ดินที่อยู่ติดกัน
- จุดสังเกต: รูปแผนที่นี้ต้องสอดคล้องกับ “หลักหมุด” ที่ปักอยู่ในที่ดินจริง และต้องสังเกต “ทางเข้า-ออก” ว่าติดถนนสาธารณะหรือไม่ หรือต้องผ่านที่ดินของคนอื่น (ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาภาระจำยอม)
3. โฉนด “ด้านหลัง”: สารบัญจดทะเบียน ขุมทรัพย์ที่ซ่อนอยู่
ด้านหน้าโฉนดบอกว่า “ที่ดินคืออะไร” แต่ด้านหลังโฉนดจะบอกว่า “ที่ดินผืนนี้ผ่านอะไรมาบ้าง” นี่คือส่วนที่นักต้มตุ๋นมักหวังว่าคุณจะไม่อ่าน!
ด้านหลังโฉนดเรียกว่า “สารบัญจดทะเบียน” เป็นตารางที่บันทึกประวัติการทำนิติกรรมทุกอย่างที่เกี่ยวกับที่ดินแปลงนี้
ก. การได้มา
- สิ่งที่ต้องดู: ช่องแรกๆ จะบอกว่าเจ้าของคนปัจจุบันได้ที่ดินนี้มาอย่างไร เช่น “ซื้อขาย”, “มรดก”, “ให้โดยเสน่หา” จะมีวันที่จดทะเบียนและชื่อผู้รับ-ผู้โอนชัดเจน
ข. การจำนอง
- สิ่งที่ต้องดู: นี่คือ “กับดัก” ชั้นดี! ให้ไล่ดูทีละบรรทัดว่ามีคำว่า “จำนอง” หรือไม่
- จุดสังเกต:
- หากมีการ “จำนอง” ไว้กับธนาคารหรือบุคคลใด จะมีตราประทับและรายละเอียดอยู่
- หากผู้ขายอ้างว่าไถ่ถอนแล้ว จะต้องมีรายการจดทะเบียน “ปลอดจำนอง” หรือ “ไถ่ถอน” ประทับถัดมา
- ห้ามซื้อเด็ดขาด หากที่ดินยังติดจำนองอยู่ เว้นแต่จะตกลงกันว่าจะไปทำเรื่องไถ่ถอนพร้อมกับโอนกรรมสิทธิ์ที่กรมที่ดินในวันเดียวกัน
ค. ภาระผูกพัน
- สิ่งที่ต้องดู: ค้นหาคำเหล่านี้
- “ภาระจำยอม” หมายความว่าที่ดินแปลงนี้ถูก “จำยอม” ให้ที่ดินแปลงอื่นใช้ประโยชน์บางอย่าง เช่น ใช้เป็นทางผ่าน, วางท่อ, พาดสายไฟ หากคุณซื้อมา คุณก็ต้องยอมให้เขาใช้ต่อไป
- “สิทธิเก็บกิน” เป็นสิทธิ์ที่ร้ายแรงมาก หมายถึง เจ้าของโอนกรรมสิทธิ์ให้คุณแล้ว แต่เขายังจดทะเบียน “สิทธิเก็บกิน” ไว้ ทำให้เขามีสิทธิ์ใช้ประโยชน์ (เช่น ปลูกสร้าง, เก็บค่าเช่า) บนที่ดินนี้ไปตลอดชีวิตของเขา คุณในฐานะเจ้าของใหม่จะทำอะไรไม่ได้เลย
- “สิทธิเหนือพื้นดิน” สิทธิ์ในการเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้างบนที่ดิน โดยไม่เป็นเจ้าของที่ดิน
- “การเช่า” ที่ดินอาจติดสัญญาเช่าระยะยาว (เช่น 30 ปี) คุณซื้อไปก็ไล่ผู้เช่าไม่ได้จนกว่าจะหมดสัญญา
- จุดสังเกต: หากพบคำเหล่านี้ ต้องสอบถามผู้ขายและตรวจสอบรายละเอียดที่กรมที่ดินให้ชัดเจนว่าสิทธิ์นั้นคืออะไร มีเงื่อนไขอย่างไร และคุณยอมรับได้หรือไม่
ง. การอายัด
- สิ่งที่ต้องดู: คำว่า “อายัด” หรือ “ห้ามโอน”
- จุดสังเกต: หากมีคำนี้ปรากฏอยู่ หมายความว่าที่ดินแปลงนี้กำลังมีคดีความ ถูกศาลสั่งห้ามทำนิติกรรม หรือถูกกรมบังคับคดี/สรรพากรอายัดไว้ ที่ดินแบบนี้ “ห้ามซื้อขาย” เด็ดขาด จนกว่าจะมีการ “ปลดอายัด” อย่างเป็นทางการ
4. เทคนิคตรวจสอบเชิงลึก: จับโกหกโฉนดปลอมและกลโกง
อ่านโฉนดเป็นแล้ว แต่ยังไม่พอ ต้องรู้จักวิธี “ตรวจสอบ” เพื่อปิดทุกความเสี่ยง
1. สัมผัสและสังเกต (โฉนดปลอม):
- กระดาษ: โฉนดของจริงจะมีเนื้อกระดาษพิเศษ มีลายน้ำรูปครุฑเมื่อส่องกับแสง
- ลายเซ็น/ตราประทับ: ต้องมีความคมชัด ไม่เบลอหรือมีร่องรอยการถ่ายเอกสารสี
- รอยแก้ไข: ห้ามมีรอยขูด ลบ ขีด ฆ่า โดยเฉพาะบริเวณชื่อเจ้าของและขนาดที่ดิน
2. กลโกง “โฉนดลอย”
- วิธีป้องกัน: อย่าเชื่อแค่โฉนดที่ผู้ขายนำมาให้ดู ให้นำเลขที่โฉนด, ระวาง, เลขที่ดิน ไปขอ “คัดระวาง” หรือตรวจสอบกับแผนที่ของกรมที่ดิน (ปัจจุบันดูผ่านเว็บกรมที่ดินเบื้องต้นได้) และต้องเทียบกับที่ดินจริงว่า “หมุด” และ “แปลงข้างเคียง” ตรงกันหรือไม่
3. กลโกง “เจ้าของไม่ครบ”
- วิธีป้องกัน: ถ้าด้านหน้าโฉนดมีชื่อเจ้าของหลายคน ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าทุกคนยินยอม หากมีใครคนหนึ่งไม่ยอม (เช่น พี่น้องทะเลาะกัน) การซื้อขายนั้นจะเป็นโมฆะได้
4. “การตรวจสอบกับกรมที่ดิน” ขั้นตอนนี้ห้ามข้าม นี่คือวิธีป้องกันการโดนหลอกที่ดีที่สุด:
- นำสำเนาโฉนดที่ได้จากผู้ขาย ไปยัง “สำนักงานที่ดิน” ที่ที่ดินแปลงนั้นตั้งอยู่ (ดูจังหวัด/อำเภอ ในโฉนด)
- ติดต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียน และแจ้งว่า “ขอตรวจสอบข้อมูลโฉนด” หรือ “ขอคัดสำเนาโฉนด” (เรียกว่าการตรวจสอบ “สารบบ”)
- เจ้าหน้าที่จะดึง “ต้นขั้วโฉนด” (ฉบับที่เก็บไว้ที่กรมที่ดิน) มาให้คุณเปรียบเทียบ
- สิ่งที่คุณจะรู้ทันที:
- โฉนดในมือผู้ขายเป็นของจริงหรือปลอม
- ชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์คนปัจจุบัน “ตัวจริง” คือใคร
- สถานะล่าสุด: ที่ดินติดอายัด ติดจำนอง หรือเพิ่งจดภาระผูกพันอะไรไปสดๆ ร้อนๆ หรือไม่ (เพราะบางครั้งมิจฉาชีพจะใช้โฉนดฉบับเก่าที่ยังไม่อัปเดตมาหลอกเรา)
สรุป
การซื้อที่ดินโดยไม่อ่านโฉนดให้เป็น ก็เหมือนการซื้อรถโดยไม่เปิดฝากระโปรงดูเครื่องยนต์ โฉนดที่ดิน น.ส. 4 จ. แม้จะเป็นเอกสารสิทธิ์ที่แข็งแกร่งที่สุด แต่ก็มีรายละเอียดซับซ้อนที่ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบในการตรวจสอบ
จงจำไว้ว่า “ด้านหน้า” บอกว่าคุณกำลังจะซื้ออะไร และ “ด้านหลัง” บอกว่าคุณกำลังจะเจอกับปัญหาอะไร การ “จับเข่าสอน” ในครั้งนี้ หวังว่าคุณจะเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าต้องดูตรงไหน จุดใดคือความเสี่ยง
อย่ารีบร้อน อย่าเกรงใจผู้ขาย และที่สำคัญที่สุด “จงนำโฉนดไปตรวจสอบที่สำนักงานที่ดินทุกครั้งก่อนวางเงินมัดจำก้อนโต” เพียงเท่านี้ คุณก็สามารถลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างสบายใจ ปิดประตูการ “โดนหลอก” ได้เกือบ 100%
https://bellelief.com/นายหน้า-ขาย-ที่ดิน | https://www.youtube.com/@belle.bellelief